ประเภท: Action   Adventure   Sci-Fi  
เข้าฉาย:5 February 2015 (Thailand)

ความละเอียด: LOW HD
เสียง: ไทย sountrack
บรรยาย: ไม่มี

Rating

หนังอื่นๆของนักแสดง

หนังอื่นๆของผู้กำกับ

หนังประเภทที่คล้ายกัน

Tag cloud

ปุ่มเพิ่มเติมหากไม่สามารถกดเปลี่ยนเสียงหรือความละเอียดได้    

เรื่องย่อ

Jupiter Ascending ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล ที่นำมาให้อ่านกันวันนี้ สรุปย่อเรื่องราว ผลงานล่าสุดของสองพี่น้อง Andy และ Lana Wachowski ที่โด่งดังสุดๆจาก The Matrix ทั้งสามภาคที่โกยทั้งรายได้และคำชม แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่กับ Speed Racer และ Cloud Atlas ทั้งที่คุณภาพดีเลยทีเดียว กระทั่งการมาถึงของ Jupiter Ascending ที่แฟนๆของสองผุ้กำกับแอบคาดหวังลึกๆว่าอาจเป็นการคืนฟอร์มเดิมๆหรือเปล่า?!!.. แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น อีกทั้งยังต้องทำใจก่อนรับชมอีกต่างหาก จากกระแสถาโถมทั้งตปท.และรอบสื่อในบ้านเรา เมื่อได้รับชมก็รุ้สึกว่าหนังมีครึ่งเรื่องแรกที่ใช้ได้ ในการให้รายละเอียดของตัวละครสำคัญๆ จนมีที่มาที่ไปและเข้าใจความคิดแต่ละฝั่งฝ่าย รวมถึงประเด็นแรงๆที่ว่าด้วยการช่วงชิงอำนาจการเป็นเจ้าของโลกใบนี้ ที่มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตต่ำต้อยด้อยค่าในจักรวาล การเป็นคนไม่สำคัญของใครแต่แล้วก็กลายเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งกาแล็กซี่ เพื่อค้นพบความเสื่อมทรามในจิตใจสวนทางกับอำนาจมหาศาลของคนในตระกูล แตกต่างกับครอบครัวชาวโลกที่แม้หาเช้ากินค่ำแต่ความสัมพันธ์ปรองดอง ตลอดจนถึงความรักต่างชนชั้นและสปีชีส์ของพระเอก-นางเอก บลาๆๆ เหล่านี้ถือว่าหนังพยามมีสาระอยู่พอสมควร แต่ปัญหาคือเมื่อผ่านกลางเรื่องไปก็เข้าสุตรเดิมสไตล์ฮอลลีวู้ดทุนสูง คือแทบจะโยนทุกอย่างที่ปูไว้ทิ้งไปหมด กลายเป็นทำได้แค่นั่งดูภาพยานอวกาศกับพระเอกเหาะไปมา ต่อสู้กับศรัตรูที่บิ้ลมาครึ่งเรื่องว่ายิ่งใหญ่ระดับจักรวาล แต่จากที่เห็นต่อให้เด็กๆก็คงไม่ต้องลุ้นอะไรมาก ความสนุกจึงไปอยู่ที่อุปกรณ์สู้รบอย่าง รองเท้าเหินฟ้า, โล่เกราะติดข้อมือ และ ปืนยิงลำแสงเฟี้ยวฟ้าว ที่สร้างออกมาได้เท่ห์เหลือเกิน นอกจากนี้ในด้านงานเทคนิคพิเศษด้านภาพ ต้องยอมรับว่าดีไซน์ออกมาได้เว่อร์วังอลังการเอามากๆ น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้คุ้มค่าเสียเวลาออกแบบและทุนสร้างเลย แค่ใส่เข้ามาให้ผ่านตาและก็จากไป(เหมือนสาระที่ปูไว้ช่วงครึ่งแรก) มันจึงเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำในราคา 176 ล้านเหรียญ ที่ไม่ได้สร้างความตราตรึงจนต้องจดจำไปบอกต่อให้เปลืองแรง.. ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง Channing Tatum กับ Mila Kunis ก็ไม่มีอะไรให้เอ่ยถึงทั้งดีหรือแย่ อาจเพราะชินชาซะแล้วโดยเฉพาะรายแรก ที่จับงานทุนสูงเมื่อไหร่(ผุ้สร้าง)บรรลัยเมื่อนั้น แต่เจ้าตัวคงไม่เดือดร้อนเพราะไปได้สวยกับหนังคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ที่อยากเอ่ยถึงคือ Eddie Redmayne ที่ถุกจับตามากที่สุดในงานนี้ จากการเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงจนคว้ารางวัลลุกโลกทองค ำและกำลังลุ้นชิงรางวัลออสการ์จาก The Theory of Everything แต่ก็ไม่พ้นวอดวายกับบทหนังในครึ่งหลัง เป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่ลงเอยสุดอนาจเพราะเลือกแสดงผิดเรื่อง.. Douglas Booth ขวัญใจสาวๆก็มาขายหล่อเท่านั้นเลย แต่ใครก็คงไม่เซ็งตัวเองเท่า Doona Bae ซุปตาเอเชียที่สนิทกับสองผุ้กำกับจาก Cloud Atlas จนหลงคารมรับบทสก๊อยลุคประหลาดๆขี่เจ็ตสกีเหาะและล่องหนได้ แฟนๆก็ได้แต่ถอนใจเอามือทาบอกกันไป.. ด้านการกำกับของ Andy และ Lana ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ฉากหวือหวาทั้งหลายก็จัดมาได้ตื่นตาและดูเพลิน แต่ไปเสียท่ากับฉากเล็กๆที่เหมือนไม่มีอะไรยากแต่ดันนำเสนอสุดกระท่อนกระแท่นและขาดความต่อเนื่อง ครึ่งเรื่องหลังจึงไม่มีอะไรให้ติดตามนอกจากดูยานยิงๆพุ่งๆ พระเอกสู้ๆบินๆ นางเอกวิ่งๆร่วงๆ ผุ้ร้ายก็คล้ายโดนลูกน้องทิ้งขว้างไปเฉยๆ ไม่นับตัวร้ายเบอร์สองกับสามที่โดนใบสั่งให้หายไปเงียบๆ เผื่อเก็บไว้เรียกใช้บริการภาคหน้า(ถ้ายังมีอ่ะนะ?) หุหุ

เครดิต

  • ผู้เขียนบท
    • -Andy Wachowski
    • -Lana Wachowski

รีวิวภาพยนตร์จากเว็บไซต์ Rotten Tomato และ IMDB

TOMATOMETER

25%
Average Rating: 4.2/10
Reviews Counted: 198
Fresh: 49
Rotten: 149
ดูเพิ่มเติมจากเวบ Rotten tomato