ประเภท: Drama   Romance  
เข้าฉาย:24 January 1998 (South Korea)

ความละเอียด: LOW HD
เสียง: ไทย
บรรยาย: ไม่มี

Rating

หนังอื่นๆของนักแสดง

หนังอื่นๆของผู้กำกับ

หนังประเภทที่คล้ายกัน

Tag cloud

ปุ่มเพิ่มเติมหากไม่สามารถกดเปลี่ยนเสียงหรือความละเอียดได้    

เรื่องย่อ

เรื่อง Christmas in August ห่มรักเธอด้วยใจฉัน

http://www.imdb.com/title/tt0140825/
Ratings: 7.8/10 from 2,570 users

ผู้กำกับ – Hur Jin-ho

นำแสดง
Han Suk-kyu as Jung-won
Shim Eun-ha as Da-rim
Shin Goo as Jung-won’s father
Oh Ji-hye as Jung-sook (Jung-won’s sister)
Lee Han-wi as Chul-goo (one of Jung-won’s friends)

หนังในดวงใจของใครหลายๆคน
หนังเกาหลีเรื่องแรกๆเลยที่คนไทยเริ่มรู้จัก
ดังมาจากเทศกาล แล้วก็มาฉาย UBC

หนังพูดน้อยมาก สื่อด้วยภาพ ครึ่งหลังของเรื่องแทบไม่มีบทพูดเลย

แล้วก็เริ่มกระแสหนังเกาหลี ยุคบุกเบิกของไทย
คนไทยเริ่ม สั่ง dvd เกาหลี import เข้ามาขาย
โมซับไทยใส่ ขาย DVD กับ VCD ซับไทย
ช่วงนั้นก็ยังเป็นยุคทอง vcd อยู่
เริ่มเป็นกระแสคนสั่งซื้อ
ช่วงกำเนิด dvddiary dvd2hand thaidvd popcorn
พ่อค้า แม่ค้า น้าบีบี ในตำนานก็มาช่วงนี้

ปอลิง. popcorn มาอ่านเจอ ผมเป็นลูกค้าเก่าซื้อ vcd ซับไทย Wanee & Junah 2001 นะ

ใครเชย เกินไม่ท้นยุค ไม่เคยดู ดูเสร็จแล้วค่อยมาอ่านรีวิวข้างล่างนี่นะ

Christmas in August รักจืด ๆ แต่จี๊ดจ๊าดบาดใจ
โดย นรา
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2544

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผมขณะที่กำลังดูช่วงครึ่งเรื่องแรกของ Christmas in August ก็คือ เป็นหนังที่ราบเรียบธรรมดาเหลือเกิน แต่ขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์บางอย่างดึงดูดให้ต้องติดตามไปจนจบ กระทั่งได้พบกับช่วง 20 นาทีสุดท้ายอันยอดเยี่ยมน่าประทับใจ

แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ชัดเจนว่า งานชิ้นนี้มีดีที่ตรงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อะไรคือสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของหนัง?

ผมทิ้งช่วงเว้นว่างห่างไปเป็นเวลาเกือบปี จึงค่อยย้อนกลับมาดูใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ข้อสงสัย คราวนี้ไม่มีปัญหาครับ ผมได้รับคำตอบยืนยันแน่ชัดว่า ดีจริง และไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมจึงมีผู้ชมจำนวนมากชื่นชอบหลงรักหนังเรื่องนี้

สามารถกล่าวได้อย่างไม่เกินเลยความจริงแม้แต่น้อยว่า Christmas in August เป็นหนังรักโรแมนติคที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา

ความน่าทึ่งของงานชิ้นนี้อยู่ที่ว่า สร้างขึ้นบนองค์ประกอบพื้นฐานหลาย ๆ อย่างที่ไม่เอื้อให้ออกมาเป็นหนังดีและดูสนุกสักเท่าไร เริ่มตั้งแต่เนื้อเรื่องว่าด้วยความรักซึ่งลงเอยไม่สมหวัง เนื่องจากมีฝ่ายหนึ่งต้องตายด้วยโรคร้าย (แปลง่าย ๆ ว่าเป็นเค้าโครงที่เข้าข่าย น้ำเน่า นั่นเอง) เรื่อยไปจนถึงลีลาการนำเสนอที่พยายามหลีกเลี่ยงการดน้มน้าวเร้าอารมณ์กันทุกวิถีทาง ทั้งที่ตัวเรื่องเปิดโอกาสให้สะเทือนใจชนิด เอาตาย อยู่ค่อนข้างมาก

ที่สำคัญคือ รายละเอียดปลีกย่อยเต็มไปด้วยความนิ่งเนิบจืดสนิท ปราศจากเหตุการณ์หวือหวา และเกือบจะไม่มีอะไรแสดงความคืบหน้าให้เห็นกันเลย

เนื้อเรื่องที่มีอยู่เพียงเบาบางน้อยนิดของ Christmas in August กล่าวถึงชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ชื่อจุง วอน ซึ่งมีอาชีพเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูป เขาป่วยเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจเยียวยารักษาให้หาย และหลงเหลือเวลาดูโลกอีกเพียงแค่ไม่กี่เดือน

ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต จุง วอนได้พบและรู้จักกับหญิงสาวชื่อดา-ริม ทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์จนกระทั่งงอกงามกลายเป็นความรัก ทว่าตลอดเวลาที่คบหากันมา ชายหนุ่มปกปิดเรื่องความเจ็บป่วยของตนมิให้หญิงสาวล่วงรู้ จนเมื่ออาการทรุดหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ดา-ริมก็ได้แต่สงสัยข้องใจตามลำพังว่า จู่ ๆ ทำไมผู้ชายที่เธอรักจึงหายเงียบไปโดยไร้การบอกกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น

ด้วยปัจจัยห้อมล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ Christmas in August จะออกมาเป็นหนัง น่าเบื่อ และพานพบกับ ความล้มเหลว แต่เฮอร์ จิน-โฮผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งทำหนังเป็นครั้งแรก ก็แสดงฝีมืออันน่าทึ่งจนได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้นจากนักวิจารณ์ และคนดู

เฮอร์ จิน-โฮเดินเรื่องด้วยฉากสั้น ๆ ที่ปราศจากความสมบูรณ์ในตัวเอง และดูเหมือนชิ้นส่วนที่กระท่อนกระแท่นไม่ต่อเนื่อง มิหนำซ้ำยังเป็นภาพเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไปที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่มีอะไรพิเศษจนสามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ชม และนิ่งสนิทจนเหมือนเรื่องราวหยุดอยู่กับที่

แม้กระทั่งฉากที่ต้องแสดงให้เห็นถึง ความพึงพอใจต่อกันระหว่างพระเอกกับนางเอก บทพูดและสถานการณ์ก็ออกมาง่าย ๆ (เช่น ทั้งคู่ยืนกินไอศครีมท่ามกลางอากาศร้อน) และใช้ประโยคทักทายพูดคุยถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป มากกว่าจะเอ่ยปากกล่าววาจาหวามหวานลึกซึ้งจีบกัน

ตลอดทั้งเรื่องของ Christmas in August ไม่มีบทพูดเฉียบคมเข้าขั้น ประโยคเด็ด (โดยผ่านการขัดเกลากลั่นกรองมของคนเขียนบท) ให้เป็นที่จดจำอย่างที่สามารถเจอะเจอกันบ่อยในหนังฮอลลีวูด อย่างเช่น คุณทำให้ผมอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี, ผมเกลียดทุกสิ่งทุกอย่าง เกลียดเมืองที่เราอยู่ เกลียดสภาพการจราจร เกลียดอาหารที่กิน เหนือสิ่งอื่นใด ผมเกลียดตัวเองที่มาหลงรักคุณ

ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นหนังรักโรแมนติคที่ไม่มีตัวละครพูดคำว่า ฉันรักเธอ หรือ ผมรักคุณ ให้ได้ยินกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ระดับความซาบซึ้งประทับใจนั้น Christmas in August มีเพียบพร้อมมากพอ และอาจกล่าวได้ว่า เหนือชั้น กว่าหนังรักดาด ๆ ที่มีเค้าโครงใกล้เคียงกันอย่าง Autumn in New York หรือ Sweet November อยู่หลายช่วงตัว

เหตุผลก็คือ ในความเรียบง่ายธรรมดาของบทและการเดินเรื่อง Christmas in August ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อถือคล้อยตามว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎในหนัง มีความสมจริงจนดูเหมือน เรื่องใกล้ตัว ที่สามารถจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้

การผูกเรื่องและเหตุการณ์ที่ผู้ชมสามารถ มีประสบการณ์ร่วม ถือเป็นจุดแข็งแรงมากสุดของหนัง เมื่อบวกรวมกับการควบคุมไม่ให้อารมณ์สะเทือนใจมีลักษณะล้นเกิน หรือ จงใจ จนฟูมฟาย การนำเสนอรายละเอียดปลีกย่อยที่เหมือนชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่สมบูรณ์ (กล่าวคือทุก ๆ ฉาก เหตุการณ์มักจะไม่มีต้น กลาง ปลายครบถ้วน แต่จะมีเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น) แต่เมื่อรายละเอียดต่าง ๆ ร้อยเรียงเชื่อมต่อกันทีละนิด สิ่งที่หนังไม่ได้เล่า ออกมาโดยตรง ก็ค่อย ๆ คลี่คลายขยายชัดในความรู้สึกของคนดู

นี่คือชั้นเชิงอันลึกซึ้งของการเล่าแบบง่าย ๆ แต่ซ่อนความหมายเอาไว้ได้อย่างแยบยลด้วยการ พูดในสิ่งที่ตัวละครไม่ได้พูด ถ้าอ่านแล้วงุนงง ผมมีตัวอย่างหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

ในฉากที่น่าจะเปิดทางให้แสดงอารมณ์ซาบซึ้งโรแมนติคมากสุดของหนัง พระเอกกับนางเอกใช้เวลาไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน และเดินเคียงคู่กลับบ้านบนถนนที่เงียบสงบยามค่ำคืน

ถ้าเป็นฉากรักในหนังทั่ว ๆ ไป ทั้งคู่น่าจะคุยกันเรื่องซึ้ง ๆ แต่สิ่งที่ปรากฎใน Christmas in August ก็คือ จุง วอนพยายามเล่าเรื่องตลกสมัยตนเองเป็นทหารและได้กลิ่นเหม็น จนต้องถกเถียงกับเพื่อนว่า ใครตด?

โดยเหตุการณ์ โดยคำพูด ฉากดังกล่าวไม่มีอะไรเฉียดกรายเข้าใกล้กับอารมณ์ซาบซึ้งประทับใจเลยแม้แต่น้อย

ทว่าความโรแมนติคนั้นเกิดขึ้นในฉากถัด ๆ มา ดา-ริมไปนอนค้างที่บ้านเพื่อน และพยายามเล่าเรื่องตลกที่ได้ฟังมา ขณะที่เพื่อนอยู่ในอาการง่วงนอน จึงฟังอย่างไม่ตั้งใจและหลับไปเสียก่อน กระนั้นดา-ริมก็ยังคงเล่าเรื่องต่อไปจนจบ ด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้มและมีความสุข

นี่คือจุดสำคัญที่เฮอร์ จิน-โฮแสดงให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง ด้วยการใช้บทสนทนาที่กล่าวถึงเรื่องราวอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันคำพูดที่ดูไม่สลักสำคัญอะไรเหล่านั้น ก็สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกเบื้องลึกของตัวละครอยู่ตลอดเวลา เช่น การที่นางเอกเล่าเรื่อง ใครตด? สิ่งที่หนังแสดงออกในฉากดังกล่าว ไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่กริยาการกระทำขณะนั้น สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ของหญิงสาวที่กำลังมีความสุขเมื่อนึกถึงผู้ชายที่ตนรัก

อีกฉากหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากก็คือ จุง วอนพยายามสอนวิธีใช้รีโมท คอนโทรลให้แก่พ่อผู้แก่ชรา (เพราะเขารู้ว่าตนเองมีเวลาที่จะปฏิบัติดูแลพ่อเหลืออยู่น้อยเต็มที) แต่เมื่อพ่อยังคงทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเสียงของจุง วอนก็เริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเดินหนีออกไปนอกห้อง ด้วยเหตุการณ์ง่าย ๆ เช่นนี้ หนังดึงเอาความขัดแย้งสับสนในจิตใจของจุง วอนออกมาสะท้อนนำเสนอได้อย่างแนบเนียนเหลือเกิน

มีรูปแบบวิธีการบอกเล่าสื่อความหมายที่เยี่ยมยอดเช่นนี้อยู่ตลอดทั้งเรื่อง (ซึ่งต้องถือว่าเป็นฝีมือการเขียนบทที่เก่งและร้ายกาจมาก) ขณะเดียวกันในฉากสั้น ๆ ที่ดูเหมือนไม่สมบูรณ์ และไม่คืบหน้านั้น ผมแกล้ง ๆ เขียนขู่ไปอย่างนั้นเอง เพราะเอาเข้าจริงแม้จะราบเรียบมาก แต่ก็มี ชีวิตชีวา จนไม่รู้สึกเลยว่าน่าเบื่อ

น่าดูมากครับ

เครดิต

  • ผู้เขียนบท
    • -Jin-ho Hur
    • -Seung-uk Oh
    • -

รีวิวภาพยนตร์จากเว็บไซต์ Rotten Tomato และ IMDB